วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

บันทึกการเรียนครั้งที่ 11 วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

RECORD 11
26 MARCH 2018 
KNOWLEDGE
  • การสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ (วันพุธ)
แผนการสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์


วัตถุประสงค์
เพื่อให้เด็กสามารถ
    1.บอกวิธีการดูแลรักษายานพาหนะได้
    2.ทำความสะอาดยานพาหนะได
    สาระการเรียนรู้
    สาระที่ควรเรียนรู้


    ประสบการณ์สำคัญ
    • ด้านอารมณ์จิตใจ : กล้าแสดงออก มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
    • ด้านสังคม : การวางแผนตัดสินใจและเลือกลงมือทำ
    • ด้านสติปัญญา : การสังเกตวิธีการและลำดับขั้นตอน
    กิจกรรมการเรียนรู้
    กิจกรรมพื้นฐาน
      ขั้นนำ
    1.ครูร้องเพลง “ล้างรถกันเถอะ”

    “ ล้าง ล้าง ล้าง พวกเรามาล้างรถกันเถอะ
    ล้างแล้วจะไม่เลอะเทอะ (ซ้ำ)
    ล้างรถกันเถอะ มาช่วยกันล้าง”


          ขั้นสอน
    2.ครูสอนวิธีล้างรถยนต์ โดยการนำอุปกรณ์ล้างรถยนต์มาอธิบายวิธีการใช้


    3.ครูอธิบายขั้นตอนการล้างรถ
    1. ฉีดน้ำไล่คราบสกปรก
    2. การผสมน้ำยาล้างรถ
    3. ใช้ฟองน้ำจุ่มน้ำยาแล้วล้างจากหลังคาไล่ลงมาด้านข้างรถ
    4. ล้างด้วยน้ำสะอาด
    5. ใช้ผ้าเช็ดแห้ง เช็ดให้สะอาด

    ขั้นสรุป
    1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนอุปกรณ์และขั้นตอนการล้างรถ
    2. เข้าสู่บทเรียนในเรื่องถัดไป
    สื่อ / แหล่งเรียนรู้
    • ชาร์ตเพลง


    • ชาร์ตอุปกรณ์
    • ชาร์ตขั้นตอนการล้างรถ

    อุปกรณ์ล้างรถ
    •  เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
    •  ฟองน้ำ 
    •  ถังน้ำ
    • แชมพู
    •  ผ้าเช็ดแห้ง 

    การวัดและประเมินผล
    1. บอกวิธีดูแลรักษายานพาหนะได้
    บูรณาการ
    1. วิทยาศาสตร์:การจัดลำดับ
    2. สุขศึกษา:การดูแลรักษาความสะอาด


    ​คำแนะนำ

    กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์

    • ต้องมีสีเทียนกับปั้น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก 
    • กรณีมี 4 กิจกรรม 
    • วันที่ 1 ฉีก อันใหม่ ประดิษฐ์ 
    • วันที่ 2 ประดิษฐ์ เป่าสี 
    • วันที่ 3 เป่าสี พิมพ์ภาพ 
    • บูรณาการวิทยาศาสตร์ 
    • อุปกรณ์ ให้เด็กเอามาจากบ้าน ได้เห็นวัสดุที่หลากหลาย ส่งเสริมพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ 
    • กิจกรรมหลากหลายเพื่อตอบสนองความแตกต่างของเด็ก 
    กิจกรรมกลางแจ้ง
    • ใช้เพลงในการกำกับควบคุมเด็ก 
    • ต้องปฏิบัติจริงทำได้จริง 
    • เข้าแถว เข้าแถว 
    • รถไฟไม่ใช่รถเจ๊ก 
    • สองมือเราชูตรง 
    • บูรณาการคณิตศาสตร์ 
    • ทำจริงจนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 
    • จัดแบบ Active learning 
    • เด็กร้องเพลงได้ เป็นแค่การรับรู้ 
    • เมื่อเด็กปฏิบัติได้แสดงว่าเด็กเกิดการเรียนรู้ 
    กิจกรรมเกมการศึกษา
    • เด็กได้เห็นสัมผัสจับต้องได้ 
    • เกมจับคู่ วางภาพให้เด็กเห็นแล้วให้เด็กจับคู่ 
    • การจำตำแหน่ง พลิก หยิบ ถ้าเหมือนได้แต่ถ้าไม่เหมือนเอาไว้ตำแหน่งเดิม ต้องจำตำแหน่งให้ได้ 
    • ต้องพยายามให้เด็กได้เล่นเกมการศึกษา 
    • กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ ทุกวัน 
    การสอนเสริมประสบการณ์
    • เลือกภาพมาติดอย่าวางกับพื้น 
    • ติดกาวย่นเตรียมแปะที่ไม้บรรทัด 
    • สื่อแผ่นใหญ่ 
    • ภาพสื่อต้องใกล้ตัวเด็ก 
    • ห้ามเขียนวัตถุประสงค์ว่ารู้จัก จะประเมินไม่ได้ 
    • สาระที่ควรเรียนรู้ เขียนเนื้อหาที่เด็กเรียน 
    • หาเกณฑ์ทุกครั้งในการจัดหมวดหมู่ 
    • ประโยชน์และข้อควรระวังของฝน 
    • ถ้ามีขั้นตอนต้องมีลูกศรชี้ 
    กิจกรรมคุ๊กกิ้ง
    • วัตถุดิบและเครื่องปรุงรส 
    • อุปกรณ์ 
    • ขั้นตอนการทำ 
    APPLIED
    • สามารถนำคำแนะนำที่ถูกต้องไปปรับใช้กับหน่วยของตนในการเขียนแผนการสอน
    VOCAB
    • ครื่องบิน - a plane
    • รถยนต์ - Car 
    • เรือ - ship
    • เสียง - the sound
    • ลักษณะ - Nature
    ASSESSMENT
    self : สอนหน้าชั้นเรียน มีต้องแก้ไขบางจุด
    friend : เพ่ือนตั้งใจฟังและร่วมมือในการสอบสอน
    Teacher : แนะนำเทคนิค วิธีการที่ถูกต้องให้นำไปปรับแก้

    บันทึกการเรียนครั้งที่ 10 วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561

    RECORD 10

    19 MARCH 2018 
    KNOWLEDGE
    • การสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ (วันอังคาร)
    แผนการสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์



    แผนการสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์
    หน่วย ยานพาหนะ
    วันอังคาร

    วัตถุประสงค์
    เพื่อให้เด็กสามารถ
      1. บอกเสียงของยานพาหนะทั้ง3 ประเภทได้
      2. บอกลักษณะของยานพาหนะทั้ง 3ประเภทได้
      3. สนทนาและแสดงความคิดเห็นได้
      สาระการเรียนรู้
      สาระที่ควรเรียนรู้ ลักษณะของยานพาหนะเช่น สี ขนาด รูปทรง ส่วนประกอบ
      ประสบการณ์สำคัญ
      • ด้านอารมณ์จิตใจ : การแสดงปฏิกริยาโต้ตอบเสียงดนตรี การแสดงออกอย่างสนุกสนาน
      • ด้านสังคม : การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
      • ด้านสติปัญญา : การรู้จักสิ่งต่างๆด้วยการมองและการฟัง
      กิจกรรมการเรียนรู้
      ขั้นนำ

      1. ครูนำเสียงปริศนามาให้เด็กทายและร่วมกันสนทนากับเสียงที่ได้ฟังโดยมีเสียงเกี่ยวกับยานพาหนะทั้ง 3 ประเภทคือ
      • เครื่องบิน (ยานพาหนะทางอากาศ)
      • รถยนต์  (ยานพาหนะทางบก)
      • เรือ (ยานพาหนะทางน้ำ)
      ขั้นสอน
      1. ครูนำรูปภาพของยานพาหนะทั้ง 3 ประเภท คือ เครื่องบิน รถยนต์ เรือ มาให้เด็กดู
      1. ครูให้เด็กสังเกตลักษณะต่างๆของยานพาหนะ โดยใช้คำถาม  เช่น     “เด็กๆลองสังเกตดูสิว่ารถยนต์มีสีอะไร”     “เด็กๆลองสังเกตดูสิว่ารถยนต์มีขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่” 
      2. ครูบันทึกร่องรอยการเรียนรู้ลงผังกราฟฟิก



      ขั้นสรุป
      1.   ครูและเด็กร่วมกันทบทวนร่องรอยการเรียนรู้จากผังกราฟฟิกลักษณะของยานพาหนะ
      สื่อ / แหล่งเรียนรู้
      1.เสียงปริศนาของยานพาหนะ
      2.รูปภาพยานพาหนะทั้ง 3 ประเภท
      3.แผนผังกราฟฟิก

      การวัดและประเมินผล
      สังเกตและบันทึกพฤติกรรม ดังนี้
      1.บอกเสียงของยานพาหนะทั้ง3 ประเภทได้
      2.บอกลักษณะของยานพาหนะทั้ง 3ประเภทได้
      3.การสนทนาและแสดงความคิดเห็น

      การบูรณาการ
      1.คณิตศาสตร์
      2.ภาษา
      3.สังคม

      ความรู้เพิ่มเติม 

      คำแนะนำ

      หน่วยฝน
      • ครูและเด็กร่วมกันร่องเพลง ฟ้าแล้บ ฟ้าร้อง 
      • สนทนาเนื้อหาในเพลง 
      • ทดลองการเกิดรุ้งกินน้ำ 
      • สรุปทดลองการเกิดรุ้งกินน้ำ 
      • อธิบายวิทยาศาสตร์อย่าอธิบายปากเปล่า ให้เห็นภาพ โดยการทดลอง 
      หน่วยตัวเรา
      • กลุ่มใหญ่อย่าใช้นิทานเล่มเล็ก 
      • หูตาจมูก 
      • ขั้นนำไม่ต้องมีเนื้อหาทั้งหมด 
      • ถามต่อดึงประสบการณ์เดิม 
      • ให้เด็กเอารูปมาติดชาร์ต 
      • ชาร์ตลักษณะต้องแยกเป็นขนาด สี ตำแหน่ง 
      • ถ้าข้อมูลเยอะ ใช้เวนไดอาแกรม 
      หน่วยไข่
      • เก็บเด็ก กำมือซ้าย กำมือขวา 
      • คำคล้องจอง 
      • ถามในคำคล้องจองมีลักษณะอย่างไร 
      • ครูนำไข่ให้เด็กดูทีละอย่างพร้อมบันทึก 
      • ครูตอกไข่ดูลักษณะว่าเป็นอย่างไร 
      • รูปทรง สี ผิวสัมผัส กลิ่น ส่วนประกอบ 
      • ทำทีละเรื่อง ให้เด็กแยกประเภทชัดเจน 
      ยานพาหนะ
      • รูปอยู่ตรงไหน เขียนตรงไหนต้องเหมือนกัน 
      • รูปต้องมีองค์ประกอบของสื่อครบ 
      • สรุปด้วยเวนไดอาแกรม 3 วง 
      • ดึงความเหมือนต่างมา 2 อย่าง รถยนต์ กับเรือ 
      ผีเสื้อ
      • การร้องเพลงคือคณิตศาสตร์ 
      • ผีเสื้อแสนงาม 
      • สอนประเภทของผีเสื้อ 
      • วันแรกผีเสื้อมีหลายชนิด 
      • จัดกลุ่ม ผีเสือกลางคืนปีกบางหรือที่มีสีครึ่ม ๆ 
      • เด็กๆ รู้จักผีเสื้ออะไรบ้าง 
      • อยู่ในประเภทไหน 
      • ลักษณะเป็นอะไร 
      • ดูสีเป็นอย่างไร จดบันทึก 
      • สอนรูปทรง ให้เด็กเรียนรู้รูปทรง 
      หน่วยของเล่นของใช้
      • ให้ดูมีดของเล่นของใช้ 
      • ความแตกต่างคือใช้ได้จริงกับสำหรับเล่น 
      • คำคล้องจอง 
      • ตารางวิเคราะห์ 
      • ตารางเปรียบเทียบ เวน 
      • เหมือนกัน พลาสติก ทรงรียาว 
      • สรุป เหมือน ต่าง การใช้งาน 
      หน่วยแหล่งน้ำ
      • คำคล้องจองแหล่งน้ำ 
      • การดูแลรักษาแหล่งน้ำ 
      • ดูภาพ เรียกเด็กออกมาติด 
      • ถามว่าเพราะอะไร ถึงควรทำ/ไม่ควรทำ 
      • เสริมข้อมูลเพิ่มเติม 
      • สรุปเราจะไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลองจะทำให้น้ำเสีย 
      • วิธีแก้คือรณรงค์ไม่ให้ทิ้งขยะ ในกิจกรรมศิลปะจะมาทำป้ายรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงน้ำ 
      APPLIED
      • สามารถนำคำแนะนำที่ถูกต้องไปปรับใช้กับหน่วยของตนในการเขียนแผนการสอน
      VOCAB
      • ครื่องบิน - a plane
      • รถยนต์ - Car 
      • เรือ - ship
      • เสียง - the sound
      • ลักษณะ - Nature
      ASSESSMENT
      self : ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอ
      friend : นำเสนองานที่ได้รับมอบหมายครบทุกกลุ่ม บางกลุ่มอาจจะยังไม่ถูกต้อง
      Teacher : แนะนำเทคนิค วิธีการที่ถูกต้อง ให้แต่ละกลุ่มไปปรับแก้ตามหน่วยของตน

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 9 วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

      RECORD 9 
      12 MARCH 2018 
      KNOWLEDGE
      • การสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ


      แผนการสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ




      แผนการสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
      หน่วย ยานพาหนะ
      วันจันทร์

      วัตถุประสงค์
      เพื่อให้เด็กสามารถ
      1. เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้
      2. ฟังและปฏิบัติตตามสัญญาณได้
      3. เคลื่อนไหวตามข้อตกลงได้
      4. ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้
      สาระการเรียนรู้
      สาระที่ควรเรียนรู้

      กิจกรรมพื้นฐาน
      • การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ เช่นการหมุน บิด สะบัด
      • การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ เช่น การเดิน การวิ่ง
      กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
      • การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง
      กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ
      • การนั่งลงผ่อนคลาย
      • การบีบนวด
      ประสบการณ์สำคัญ
      • ด้านร่างกาย : การเคลื่อนไหวอยู่กับที่การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่
      • ด้านอารมณ์จิตใจ : การแสดงปฏิกริยาโต้ตอบเสียงดนตรี การแสดงออกอย่างสนุกสนาน
      • ด้านสังคม : การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น
      • ด้านสติปัญญา : การหยุดและการเริ่มต้นกระทำโดยสัญญาณ
      กิจกรรมการเรียนรู้
      กิจกรรมพื้นฐาน
      1. ให้เด็กๆ เคลื่อนไหวร่างกายไปทั่วๆ บริเวณ

      อย่างอิสระตามจังหวะสัญญาณการเคาะ ดังนี้
      • เคาะ 1 ครั้ง กระโดด 1 ครั้ง
      • เคาะ 2 ครั้ง กระโดด 2 ครั้ง
      • เคาะรัวๆ ให้วิ่ง
      • เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ “หยุด” เคาะ 2 ครั้ง ติดกัน ให้หยุดเคลื่อนไหวในท่านั้นทันที
      กิจกรรมสัมพันธ์เนื้อหา
      2. ตกลงเรื่องสัญญาณกับท่าทางในการเคลื่อนไหว ดังนี้
      • ถ้าครูพูดว่า “รถยนต์”ให้วิ่งไปที่ “มุมบ้าน”
      • ถ้าครูพูดว่า “เครื่องบิน”ให้วิ่งไปที่ “มุมบล็อก”
      • ถ้าครูพูดว่า “เรือ”ให้วิ่งไปที่ “มุมหนังสือ”
      3. เด็กเริ่มทำกิจกรรม

      กิจกรรมพักคลายกล้ามเนื้อ
      4. ให้เด็กนั่งลง บีบนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อสลับกัน เช่น นวดแขนและนวดขา

      สื่อ / แหล่งเรียนรู้
      1. เครื่องเคาะจังหวะ (แทมโบรีน)
      การวัดและประเมินผล
      สังเกตและบันทึกพฤติกรรม ดังนี้
      1. การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย
      2. การปฏิบัติตามสัญญาณ
      3. การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง
      4. การทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่น
      APPLIED
      • สามารถนำไปประยุกต์ในการเขียนแผนการสอนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะได้
      VOCAB
      • เคลื่อนไหวและจังหวะ Motion and rhythm
      • ร่างกาย body
      • อารมณ์จิตใจ Emotional
      • สังคม  social
      • สติปัญญา intelligence
      ASSESSMENT
      self : มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
      friend : ร่วมกิจกรรมและโต้ตอบกับอาจารย์
      Teacher : แนะนำเทคนิคการเขียนแผนกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

      วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2561

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 8 วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2561

      RECORD 8
      2th MARCH 2018


      สำนักงานคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2546 ซึ่งเป็นผลจากการที่กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับโครงสร้างการบริหารราชการเป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546


      กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น คือหน่วยงานของรัฐที่มีการดำเนินงานเป็นอิสระจากส่วนกลาง ทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการต่างๆ ในท้องถิ่นของตน โดยผู้บริหาร อปท. ก็เป็นคนในท้องถิ่นที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งการที่รัฐยอมให้ อปท. ดำเนินงานได้อย่างมีอิสระ หมายความถึงรัฐกระจายอำนาจลงมาสู่ระดับท้องถิ่น จะช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้อำนาจรัฐดูแลตนเองมากขึ้น



      Executive Function (EF) คือ การทำงานของสมองด้านการจัดการ ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสำเร็จในชีวิต โดยอาศัยกระบวนการทางปัญญา (cognitive process) ต่างๆ เช่น การยับยั้งความคิด การแก้ปัญหา การวางเป้าหมาย การวางแผนการปฏิบัติ (goal-directed behavior) การจดจำ ความยืดหยุ่นทางปัญญา (cognitive flexibility) เป็นความสามารถในการควบคุมความคิดตนเอง เช่น มีรูปแบบความคิดที่หลากหลาย การคิดนอกกรอบ ความสามารถในการปรับเปลี่ยนความคิดและความสนใจตามสถานการณ์ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อน



      เนื้อหาความรู้
      คนโต:คำอธิบายรายวิชา
      เด็กเล็ก:ไม่ได้กำหนดว่าเป็นอะไรบ้าง

      กำหนดสาระที่ควรเรียนรู้ ประกอบด้วย
      1. ตัวเด็ก 
      2. ธรรมชาติรอบตัว 
      3. สิ่งแวดล้อมรอบตัว 
      4. บุคคลและสถานที่
      มาจากการ
      • ถามความต้องการของเด็ก 
      • บริบทของโรงเรียนที่แตกต่างกัน 
      • หลักสูตรกำหนดสาระที่ควรรู้มา: 4 หัวข้อใหญ่ เพราะ 1.เปิดโอกาสให้ตามความสนใจ 2.บริบทที่แตกต่างของโรงเรียน 
      • หลักการเลือกเรื่องที่จะสอน : 1.ใกล้ตัวเด็ก 2.มีผลกระทบกับเด็ก 
      • วิชาการจัดประสบการณ์จะต้อง : เขียนแผนได้ จัดกิจกรรมได้ มีทักษะในการจัดกิจกรรม 
      • เด็กจะต้องทำอะไรได้บ้าง : ดูที่ประสบการณ์สำคัญ ประสบการส่งไปที่สมอง 
      • การเขียนแผนจะต้อง : มีตีม(เนื้อหา) มีการบูรณาการ 
      • การนำเสนอ คือ การสำรวจความชอบของเด็ก ว่าชอบแมวชนิดไหนมากกว่ากัน นำเสนอเป็นรูปแบบกราฟ 
      • รอบคณิต : มาตรฐาน 
      • กรอบวิทย์เป็นเนื้อหา : การดำรงชีวิตของแมว 
      • ภาษา : ฟัง พูด อ่าน เขียน (พูด เล่าเรื่องการเลี้ยงแมว) 
      • สังคม : ทักษะทางสังคม เล่นแบบไหนไม่ให้แมวข่วน 
      • พละ : การเคลื่อนไหวเลียนแบบแมว ความคิดสร้างสรรค์ก็อยู่ในนี่ด้วย 
      • กิจกรรมจัดปสก การสอนเด็ดเล็ก คือ การสอนแบบบูรณาการ คือการเชื่อมโยงสัมพันธ์กันเด็กจะรับพัฒนาการทั้ง 4 ด้านพร้อมกัน เป็นเรื่องที่เด็กเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว การบูรณาการไปตอบสนองความแตกต่างระกว่างบุคคล ผ่าน 6 กิจกรรมหลัก มีจุดประสงค์เน้นที่แตกต่างกัน 
      การเขียนแผนเคลื่อนไหวและจังหวะ 
      • แผนเคลื่อนไหว มี 2 แบบ : เคลื่อนที่ อยู่กับที่ มีอุปกรณ์ ไม่มีอุปกรณ์ 
      • เคลื่อนไหวพื้นฐาน : สอนเลยไม่สนุก เพราะมันไม่สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ 
      • การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน ต้องสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ คือการลงมือกระทำกับวัตถุด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตามความต้องการของเด็กโดยการเลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง ผ่านการเล่น เอาดนตรี เดินเลียนแบบท่าต่างๆ กับจังหวะดนตรี 
      • จุดเน้นเคลื่อนไหวและจังหวะ : การคลื่อนไหวพื้นฐาน : เดิน วิ่ง กระโดด. อยู่กับที่ เคลื่อนที่ อุปกรณ์ ไม่อุปกรณ์ 
      • วัตถุประสงค์เคลื่อนไหวและจังหวะ 1.ฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง 2.ฟังและปฏิบัติตามคำบรรยาย 
      • ประเภทการเคลื่อนไหว : ตามจินตนาการ ข้อตกลง ผู้นำผู้ตาม ประกอบเพลง จินตนาการ นำไปสู่การเขียนแผน 
      • จังหวะเร็วช้า : เพื่อให้เด็กเห็นความแตกต่างว่าสิ่งที่ทำอยู่กับอย่างนี้มันแตกต่างกัน 
      • วิ่งเร็วๆ และหยุด : เพื่อให้เด็กทรงตัว 
      • เปลี่ยนสื่อที่เดิน :เดินด้วยเท้า เปลี่ยนเปนเดินด้วยส้นเท้า อีกวันปลายเท้า ด้านนอก ด้านใน ทุกส่วน เลือกโดยอิสระ คำสั่งเปลี่ยน เป็นฐานพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ อีกอาทิตย์เป็นเรื่องการกระโดด กระโดดมีอะไรบ้าง สองขา ขาเดียว ทิศทาง หน้าหลัง ขวา ซ้าย 
      • สัมพันธ์เนือหา : แมว เด็กเคลื่อนที่ตามคำบรรยายเรื่องของแมว เต้นเพลงแมว 
      • เครื่องมือ : แบบบันทึกการสังเกต 
      • ประเมินพัฒนาการ : เกณฑ์ 
      • ขั้นตอน : 1.หาพื้นที่ 2.พื้นฐาน เครื่องเคาะ แผน
      APPLIED
          สามารถนำขั้นตอนการเขียนแผนการสอนนี้ไปใช้กับการเขียนแผนในหน่วยต่าง ๆ ได้ อย่างเป็นขั้นตอนและเข้าใจง่าย 

      VOCAB
      • Executive Function การพัฒนาสมองส่วนหน้า
      • cognitive process  กระบวนการทางปัญญา
      • goal-directed behavior การวางเป้าหมาย
      • cognitive flexibility ความยืดหยุ่นทางปัญญา
      • Child character ตัวเด็ก 
      • Natural surroundings ธรรมชาติรอบตัว 
      • Environment around สิ่งแวดล้อมรอบตัว 
      • People and places บุคคลและสถานที่
      ASSESSMENT
      self : เข้าใจขั้นตอนการเขียนแผนมากขึ้น แต่ยังคิดกิจกรรมนำมาใช้ในแผนไม่ค่อยดี
      friend : ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี
      Teacher : แนะนำขั้นตอนการเขียนแผนเข้าใจง่าย และเป็นขั้นตอน ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 7 วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561


      RECORD 7
      26th FEBRUARY 2018
      "midterm exam"



      วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 6 วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561

      RECORD 6
      19th FEBRUARY 2018 

      KNOWLEDGE
      • Miad Mapping บูรณาการทักษะวิชา
      • Miad Mapping 6 กิจกรรมหลัก


                           Miad Mapping บูรณาการทักษะวิชา


      Miad Mapping 6 กิจกรรมหลัก



      APPLIED
          สามารถนำขั้นตอนการเขียนแผนการสอนนี้ไปใช้กับการเขียนแผนในหน่วยต่าง ๆ ได้ อย่างเป็นขั้นตอนและเข้าใจง่าย 
        
      VOCAB
      • Transportation ยานพาหนะ
      • integration บูรณาการ
      • Math คณิตศาสตร์
      • Science วิทยาศาสตร์
      • Gymnastics ภาษา
      • Standard มาตรฐาน
      ASSESSMENT
      self : เข้าใจขั้นตอนการเขียนแผนมากขึ้น แต่ยังคิดกิจกรรมนำมาใช้ในแผนไม่ค่อยดี

      friend : ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี

      Teacher : แนะนำขั้นตอนการเขียนแผนเข้าใจง่าย และเป็นขั้นตอน ทำให้เห็นภาพรวมชัดเจน


      วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 5 วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561


      RECORD 5 

      12 FEBRUARY 2018 
      KNOWLEDGE

      บูรณาการทักษะรายวิชา
      คณิตศาสตร์ : กรอบมาตรฐานคณิตศาสตร์
      วิทยาศาสตร์ : กรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์
      สังคมศึกษา : พัฒนาการ อารมณ์จิตใจ และ สังคม
      พลศึกษา/สุขศึกษา : พัฒนาการการเคลื่อนไหวและจังหวะ
      ศิลปะสร้างสรรค์ : สีเทียน สีน้ำ ฉีกปะ สานร้อย ประดิษฐ์ ร่วมมือ ปั้น

      ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 
           ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะแสวงหาความรู้ และแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหา เป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นตามหลักสูตร science a process approach (SAPA) ของสมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ (The American association for the advancement of science) ประกอบด้วยทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 13 ทักษะ แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
      1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ เหมาะสำหรับระดับการศึกษาปฐมวัย
      2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 5 ทักษะ เหมาะสำหรับระดับการศึกษามัธยมวัย

      1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ เป็นทักษะเพื่อการแสวงหาความรู้ทั่วไป ประกอบด้วย
      ทักษะที่ 1 การสังเกต (Observing) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสของร่างกายอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น กายสัมผัส เข้าสัมผัสกับวัตถุหรือเหตุการณ์เพื่อให้ทราบ และรับรู้ข้อมูล รายละเอียดของสิ่งเหล่านั้น โดยปราศจากความคิดเห็นส่วนตน ข้อมูลเหล่านี้จะประกอบด้วย ข้อมูลเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ และรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการสังเกต

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถแสดงหรือบรรยายคุณลักษณะของวัตถุได้ จากการใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
      – สามารถบรรยายคุณสมบัติเชิงประมาณ และคุณภาพของวัตถุได้
      – สามารถบรรยายพฤติการณ์การเปลี่ยนแปลงของวัตถุได้

      ทักษะที่ 2 การวัด (Measuring) หมายถึง การใช้เครื่องมือสำหรับการวัดข้อมูลในเชิงปริมาณของสิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลเป็นตัวเลขในหน่วยการวัดที่ถูกต้อง แม่นยำได้ ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือจำเป็นต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด รวมถึงเข้าใจวิธีการวัด และแสดงขั้นตอนการวัดได้อย่างถูกต้อง

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถเลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะสมกับสิ่งที่วัดได้
      – สามารถบอกเหตุผลในการเลือกเครื่องมือวัดได้
      – สามารถบอกวิธีการ ขั้นตอน และวิธีใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้อง
      – สามารถทำการวัด รวมถึงระบุหน่วยของตัวเลขได้อย่างถูกต้อง

      ทักษะ ที่ 3 การคำนวณ (Using numbers) หมายถึง การนับจำนวนของวัตถุ และการนำตัวเลขที่ได้จากนับ และตัวเลขจากการวัดมาคำนวณด้วยสูตรคณิตศาสตร์ เช่น การบวก การลบ การคูณ การหาร เป็นต้น โดยการเกิดทักษะการคำนวณจะแสดงออกจากการนับที่ถูกต้อง ส่วนการคำนวณจะแสดงออกจากการเลือกสูตรคณิตศาสตร์ การแสดงวิธีคำนวณ และการคำนวณที่ถูกต้อง แม่นยำ

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถนับจำนวนของวัตถุได้ถูกต้อง
      – สามารถบอกวิธีคำนวณ แสดงวิธีคำนวณ และคิดคำนวณได้ถูกต้อง

      ทักษะที่ 4 การจำแนกประเภท (Classifying) หมายถึง การเรียงลำดับ และการแบ่งกลุ่มวัตถุหรือรายละเอียดข้อมูลด้วยเกณฑ์ความแตกต่างหรือความสัมพันธ์ใดๆอย่างใดอย่างหนึ่ง

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถเรียงลำดับ และแบ่งกลุ่มของวัตถุ โดยใช้เกณฑ์ใดได้อย่างถูกต้อง
      – สามารถอธิบายเกณฑ์ในเรียงลำดับหรือแบ่งกลุ่มได้

      ทักษะที่ 5 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา (Using space/Time relationships)
      สเปสของวัตถุ หมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองอยู่ ซึ่งอาจมีรูปร่างเหมือนกันหรือแตกต่างกับวัตถุนั้น โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 มิติ คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสของวัตถุ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่าง 3 มิติ กับ 2 มิติ ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุหนึ่งกับวัตถุหนึ่ง

      ความสัมพันธ์ระหว่างสเปสของวัตถุกับเวลา ได้แก่ ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุกับช่วงเวลา หรือความสัมพันธ์ของสเปสของวัตถุที่เปลี่ยนไปกับช่วงเวลา

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถอธิบายลักษณะของวัตถุ 2 มิติ และวัตถุ 3 มิติ ได้
      – สามารถวาดรูป 2 มิติ จากวัตถุหรือรูป 3 มิติ ที่กำหนดให้ได้
      – สามารถอธิบายรูปทรงทางเราขาคณิตของวัตถุได้
      – สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ 2 มิติ กับ 3 มิติได้ เช่น ตำแหน่งหรือทิศของวัตถุ และตำแหน่งหรือทิศของวัตถุต่ออีกวัตถุ
      – สามารถบอกความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุกับเวลาได้
      – สามารถบอกความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงขนาด ปริมาณของวัตถุกับเวลาได้

      ทักษะที่ 6 การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล (Communication) หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต และการวัด มาจัดกระทำให้มีความหมาย โดยการหาความถี่ การเรียงลำดับ การจัดกลุ่ม การคำนวณค่า เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น ผ่านการเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภูมิ วงจร เขียนหรือบรรยาย เป็นต้น

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถเลือกรูปแบบ และอธิบายการเลือกรูปแบบในการเสนอข้อมูลที่เหมาะสมได้
      – สามารถออกแบบ และประยุกต์การเสนอข้อมูลให้อยู่ในรูปใหม่ที่เข้าใจได้ง่าย
      – สามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย
      – สามารถบรรยายลักษณะของวัตถุด้วยข้อความที่เหมาะสม กะทัดรัด และสื่อความหมายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย

      ทักษะที่ 7 การลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) หมายถึง การเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ได้จากการสังเกตอย่างมีเหตุผลจากพื้นฐานความรู้หรือประสบการณ์ที่มี

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถอธิบายหรือสรุปจากประเด็นของการเพิ่มความคิดเห็นของตนต่อข้อมูลที่ได้มา

      ทักษะที่ 8 การพยากรณ์ (Predicting) หมายถึง การทำนายหรือการคาดคะเนคำตอบ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตหรือการทำซ้ำ ผ่านกระบวนการแปรความหายของข้อมูลจากสัมพันธ์ภายใต้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถทำนายผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อมูลบนพื้นฐานหลักการ กฎ หรือทฤษฎีที่มีอยู่ ทั้งภายในขอบเขตของข้อมูล และภายนอกขอบเขตของข้อมูลในเชิงปริมาณได้

      2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 5 ทักษะ เป็นทักษะกระบวนการขั้นสูงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อแสวงหาความรู้ โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน เป็นพื้นฐานในการพัฒนา ประกอบด้วย

      ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating hypotheses) หมายถึง การตั้งคำถามหรือคิดคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลองเพื่ออธิบายหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่าง ๆ ว่ามีความสัมพันธ์อย่างไรโดยสมมติฐานสร้างขึ้นจะอาศัยการสังเกต ความรู้ และประสบการณ์ภายใต้หลักการ กฎ หรือทฤษฎีที่สามารถอธิบายคำตอบได้

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถตั้งคำถามหรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนการทดลองได้
      – สามารถตั้งคำถามหรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆได้

      ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ
      (Defining operationally) หมายถึง การกำหนด และอธิบายความหมาย และขอบเขตของคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหรือการทดลองเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างบุคคล

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถอธิบายความหมาย และขอบเขตของคำหรือตัวแปรต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และการทดลองได้

      ทักษะที่ 11 การกำหนด และควบคุมตัวแปร (Identifying and controlling variables) หมายถึง การบ่งชี้ และกำหนดลักษณะตัวแปรใดๆให้เป็นเป็นตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้น และตัวแปรใดๆให้เป็นตัวแปรตาม และตัวแปรใดๆให้เป็นตัวแปรควบคุม

      ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลหรือสิ่งที่ต้องการทดลองเพื่อให้ทราบว่าเป็นสาเหตุของผลที่เกิดขึ้นหรือไม่

      ตัวแปรตาม คือ ผลที่เกิดจากการกระทำของตัวแปรต้นในการทดลอง

      ตัวแปรควบคุม คือ ปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่อาจมีผลมีต่อการทดลองที่ต้องควบคุมให้เหมือนกันหรือคงที่ขณะการทดลอง

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถกำหนด และอธิบายตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมในการทดลองได้

      ทักษะที่ 12 การทดลอง (Experimenting) หมายถึง กระบวนการปฏิบัติ และทำซ้ำในขั้นตอนเพื่อหาคำตอบจากสมมติฐาน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ
      1. การออกแบบการทดลอง หมายถึง การวางแผนการทดลองก่อนการทดลองจริงๆ เพื่อกำหนดวิธีการ และขั้นตอนการทดลองที่สามารถดำเนินการได้จริง รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นขณะทำการทดลองเพื่อให้การทดลองสามารถดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
      2. การปฏิบัติการทดลอง หมายถึง การปฏิบัติการทดลองจริง
      3. การบันทึกผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกข้อมูลที่ได้จากการทดลองซึ่งอาจเป็นผลจากการสังเกต การวัดและอื่น ๆ

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ
      – สามารถออกแบบการทดลอง และกำหนดวิธี ขั้นตอนการทดลองได้ถูกต้อง และเหมาะสมได้
      – สามารถระบุ และเลือกใช้อุปกรณ์ในการทดลองอย่างเหมาะสม
      – สามารถปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง
      – สามารถบันทึกผลการทดลองได้อย่างถูกต้อง

      ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล (Interpreting data and conclusion) หมายถึง การแปรความหมายหรือการบรรยายลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายข้อมูลในบางครั้งอาจต้องใช้ทักษะอื่น ๆ เช่น ทักษะการสังเกต ทักษะการคำนวณ

      การลงข้อมูล หมายถึง การวิเคราะห์ และการสรุปผลความสัมพันธ์ของข้อมูล สรุปประเด็นสำคัญของข้อมูลที่ได้จากการทดลองหรือศึกษา

      ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ
      – สามารถในการวิเคราะห์ และสรุปประเด็นสำคัญ รวมถึงการแปลความหมายหรือบรรยายลักษณะของข้อมูล
      – สามารถบอกความสัมพันธ์ของข้อมูลได้

      ทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

           การส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัยนั้นครูหรือผู้เกี่ยวข้องควรทราบว่ามีทักษะจำเป็นอะไรบ้างที่เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียนคณิตศาสตร์ของเด็กต่อไป ทักษะที่เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนานั้นอาจแบ่งเป็น ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ และทักษะพื้นฐานการคิดคำนวณ
      ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ที่จำเป็นสำหรับเด็กปฐมวัยมี 7 ทักษะ ได้แก่

      1. ทักษะการสังเกต (Observation)คือการใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ โดยเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างมีจุประสงค์ เช่น การจะหาข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ โดยไม่ใส่ความคิดเห็นของตนเองลงไป

      2. ทักษะการจำแนกประเภท (Classifying)คือ ความสามารถในการแบ่งประเภทของสิ่งของ โดยหาเกณฑ์หรือสร้างเกณฑ์ในการแบ่งขึ้น ส่วนใหญ่เด็กจะใช้เกณฑ์ในการจำแนกอยู่ 3 อย่าง คือ ความเหมือน ความแตกต่าง และความสัมพันธ์ร่วม ซึ่งแล้วแต่เด็กจะเลือกใช้(ดังนั้นครุควรถามเมื่อจัดกิจกรรมทั้งนี้เพื่อให้ประเมินเด็กได้อย่างถูกต้อง) ซึ่งเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่จะเลือกใช้เกณฑ์ 2 อย่าง คือ ความเหมือน และความต่าง เมื่อเด็กสามารถสร้างความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับความสัมพันธ์แล้วเด็กจึงจะจำแนกโดยใช้ความสัมพันธ์ร่วมได้

      3. ทักษะการเปรียบเทียบ (Comparing)คือ การที่เด็กต้องอาศัยความสัมพันธ์ของวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์ ตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป บนพื้นฐานของคุณสมบัติที่มีลักษณะเฉพาะอย่าง เช่น เด็กสามารถบอกได้ว่าลูกบอลลูกหนึ่งมีขนาดเล็กกว่าลูกอีกลูกหนึ่ง นั่นแสดงให้เห็นว่า เด็กเห็นความสัมพันธ์ของลูกบอล คือ เล็ก - ใหญ่ ความสำคัญในการเปรียบเทียบ คือ เด็กจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น ๆ และรู้จักคำศัพท์คณิตศาสตร์ การเปรียบเทียบนับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนในเรื่องการวัดและการจัดลำดับ

      4. ทักษะการจัดลำดับ (Ordering)คือ การส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการจัดลำดับวัตถุสิ่งของหรือเหตุการณ์ ซึ่งเป็นทักษะการเปรียบขั้นสูง เพราะจะต้องอาศัยการเปรียบเทียบสิ่งของมากกว่าสองสิ่งหรือสองกลุ่ม การจัดลำดับในครั้งแรก ๆ ของเด็กปฐมวัยจะเป็นไปในลักษณะการจัดกระทำกับสิ่งของสองสิ่ง เมื่อเกิดการพัฒนาจนเกิความเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วเด็กจึงจะสามารถจัดลำดับที่ยากยิ่งขึ้นได้

      5. ทักษะการวัด (Measurement)เมื่อเด็กมีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดประเภท การเปรียบเทียบ และการจัดลำดับมาแล้ว เด็กจะพัฒนาความสามารถเข้าสู่เรื่องการวัดได้ ความสามารถในการวัดของเด็ก จะมีความสัมพันธ์กับความสามารถใสนการอนุรักษ์(ความคงที่) เช่น เด็กสามารถเข้าใจเกี่ยวกับความยาวของเชือกได้ว่า เชือกจะมีความยาวเท่าเดิมถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนทิศทางหรือตำแหน่งก็ตาม

      6. ทักษะการนับ (Counting)แนวคิดเกี่ยวกับการนับจำนวน ได้แก่ การนับปากเปล่า บอกขนาดของกลุ่มที่มีขนาดเท่ากันโดยไม่ต้องนับ นับโดยใช้ลำดับที่นับจำนวนเพิ่มขึ้น นับเพื่อรู้จำนวนที่มีอยู่ การจดตัวเลข การนับและเข้าใจความหมายของจำนวน การใช้สัญลักษณ์แทนจำนวน ในเด็กปฐมวัยชอบการนับแบบท่องจำโดยไม่เข้าใจความหมาย การนับแบบท่องจำนี้จะมีความหมายต่อเมื่อเชื่อมโยงกับจุดประสงค์บางอย่าง เช่น การนับจำนวนเพื่อนในห้องเรียน นับขนมที่อยู่ในมือ แต่การนับของเด็กอาจสับสนได้หากมีการจัดเรียงสิ่งของเสียใหม่ เมื่อเด็กเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์(จำนวน)แล้วเด็กปฐมวัยจึงจะสามารถเข้าใจเรื่องการนับจำนวนอย่างมีความหมาย

      7. ทักษะเกี่ยวกับเรื่องรูปทรงและขนาด
      (Sharp and Size)เรื่องขนาดและรูปทรงจะเกิดขึ้นกับเด็กโดยง่าย ทั้งนี้เนื่องจากเด็กคุ้นเคยจากการเล่น การจับต้องสิ่งของ ของเล่น หรือวัตถุรูปทรงต่าง ๆ อยู่เสมอในแต่ละวัน เราจึงมักจะได้ยินเด็กพูดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรูปทรงหรือขนาดอยู่เสมอ ครูสามารถทดสอบว่าเด็กรู้จักรูปทรงหรือไม่ได้โดยการให้เด็กหยิบ/เลือก สิ่งของตามคำบอก เมื่อเด็กรูปจักรูปทรงพื้นฐานแล้วครูสามารถสอนให้เด็กรู้จักรูปทรงที่ยากขึ้นได้

      ทักษะพื้นฐานในการคิดคำนวณ สำหรับเด็กปฐมวัยอาจแบ่งได้ 3 ทักษะ

      1. ทักษะในการจัดหมู่

      2. ทักษะในการรวมหมู่(การเพิ่ม)

      3. ทักษะในการแยกหมู่(การลด)




      ตัวอย่าง



      หน่วยยานพาหนะ 


      หน่วย ผีเสื้อแสนสวย 


      หน่วย ของเล่นของใช้ 


      หน่วย แหล่งน้ำ 


      หน่วย ยานพาหนะ 


      หน่วย ไข่

      6 กิจกรรมหลัก
      1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ ซึ่งจังหวะและดนตรีที่ใช้ประกอบได้แก่ เสียงตบมือ เสียงเพลง เสียงเคาะไม้ เคาะเหล็ก
      1.การเคลื่อนไหวพื้นฐาน
      2.การเคลื่อนไหวสัมพันธ์เนื้อหา
      3.การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

      การเคลื่อนไหวเบื้องต้นสำหรับเด็กปฐมวัย 
      1.การเคลื่อนไหวพื้นฐาน 

      การเคลื่อนไหวแบบไม่เคลื่อนที่
      1. การก้มตัว (bending)
      2. การเหยียดตัว (stretching)
      3. การบิดตัว (twisting)
      4. การดึง (pulling)
      5. การหมุน (turning)
      6. การโยกตัว (rocking)
      7. การแกว่ง หรือหมุนเหวี่ยง (swinging)
      8. การดัน (pushing)
      9. การสั่น (shaking)
      10. การโอนเอน (swaying)
      11. การตี (striking)

      การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่

      1. การเดิน (walking)
      2. การวิ่ง (running)
      3. กระโดด (jumping)
      4. กระโจน (leaping)
      5. กระโดดขาเดียว (hopping)
      6. ก้าวกระโดด (skip)
      7. การควบม้า (gallop)
      8. การไถลหรือสไลด์ (sliding)

      การเคลื่อนไหวประกอบอุปกรณ์ 1. ใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
      2. ใช้อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหวพร้อมกับดนตรี
      3. เคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางต่างๆพร้อมกับอุปกรณ์นำระดับสูงกลางต่ำและอวัยวะส่วนต่างๆ
      4. จับคู่เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมกับผ้า
      5. เคลื่อนไหวร่างกายประกอบกระดาษ
      6. เคลื่อนไหวกลุ่มประกอบเชือก
      7. ยืนเป็นวงกลม วางอุปกรณ์ไว้กลางวงแล้วเคลื่อนที่ไปรอบๆ

      2.การเคลื่อนสัมพันธ์เนื้อหา
      1.การเคลื่อนไหวตามคำสั่ง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายตามที่ครูออกคำสั่ง เช่น ให้จัดกลุ่มตามจำนวน การทำท่าทางตามคำสั่ง ฯลฯ

      2.การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายตามข้อกำหนด เช่น การฝึกความจำ สถานที่ สัญญาณ ท่าทาง เกมการละเล่นต่างๆ ฯลฯ

      3.การเคลื่อนไหวแบบผู้นำ ผู้ตาม เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย ทำท่าทางเป็นผู้นำและให้เพื่อนปฏิบัติตาม สลับหมุนเปลี่ยนกันไป

      4.การเคลื่อนไหวท่าทางตามจินตนาการ เป็นการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวที่ให้เด็กแสดงท่าทางตามความคิดจินตนาการโดยฟังคำบรรยายเรื่องราว เพลง ทำนอง โดยทำท่าทางจินตนาการประกอบอุปกรณ์ เช่น ริบบิ้น เชือก ฯลฯ

      5.การเคลื่อนไหวประกอบเพลงหรือคำคล้องจอง เป็นการจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายหรือบริหารร่างกายอย่างอิสระประกอบเพลงหรือคำคล้องจอง

      2. กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปศึกษาต่าง ๆ ได้แก่ การวาดภาพระบายสี การปั้น การพิมพ์ภาพ การพับ ตัด ฉีก ปะ และประดิษฐุ์เศษวัสดุ ที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ การรับรู้เกี่ยวกับความงามและส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กแต่ละคนได้แสดงออกตามความรู้สึกและความสามารถของตนเอง

      3. กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เล่นกับสื่อและเครื่องเล่นอย่างอิสระในมุมการเล่นกิจกรรมการเล่นแต่ละประเภทสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก

      4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้ฟัง พูด สังเกต คิด และปฏิบัติการทดลอง ให้เกิดความคิดรวบยอดและเพิ่มพูนทักษะต่าง ๆ ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น การสนทนา ซักถามหรืออภิปราย สังเกต ทัศนศึกษา และปฏิบัติการทดลองตามกระบวนการเรียนรู้

      5. กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้ออกนอกห้องเรียนไปสู่สนามเด็กเล่นทั้งที่บริเวณกลางแจ้งและในร่มเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดเอาความสนใจ และความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก

      6. กิจกรรมเกมการศึกษา เป็นกิจกรรมการเล่นที่มีกระบวนการในการเล่นตามชนิดของเกมประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน

      อ้างอิงมาจาก: แผนการจัดประสบการณ์ ชั้นอนุบาลปีที่ 1 สำนักงานคณะกรรมการการปถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ





      หน่วย ยานพาหนะ


      หน่วย ผีเสื้อแสนสวย


      หน่วย ตัวเรา


      หน่วย แหล่งน้ำ


      หน่วย ฝนจ๋า


      หน่วย ไข่


      หน่วย ของเล่นของใช้

      APPLIED
      • สามารถนำไปใช้กับกระบวนการเขียนแผนการสอนได้อย่างถูกต้อง
      VOCAB
      • การก้มตัว (bending) 
      • การเหยียดตัว (stretching) 
      • การบิดตัว (twisting) 
      • การดึง (pulling) 
      • การหมุน (turning) 
      • การโยกตัว (rocking) 
      • การแกว่ง หรือหมุนเหวี่ยง (swinging) 
      • การดัน (pushing) 
      • การสั่น (shaking) 
      • การโอนเอน (swaying) 
      • การตี (striking) 
      • การเดิน (walking) 
      • การวิ่ง (running) 
      • กระโดด (jumping) 
      • กระโจน (leaping) 
      • กระโดดขาเดียว (hopping) 
      • ก้าวกระโดด (skip) 
      • การควบม้า (gallop) 
      • การไถลหรือสไลด์ (sliding) 
      ASSESSMENT
      self : ทำงานเสร็จทันเวลาที่กำหนด
      friend : มีไอเดียที่น่าสนใจมาแลกเปลี่ยน
      Teacher : มีการแนะนำเนื้อหาที่ต้องเพิ่มเติมในแต่ละหัวข้อ

      บันทึกการเรียนครั้งที่ 17 วันอังคาร ที่ 1 พฤษภาคม 2561

      RECORD 17  1 MAY 2018  ชดเชย วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561 KNOWLEDGE วิจัย หลักสูตร สาระสำคัญของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2560 ประ...